รายงานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โปร่งใส เที่ยงธรรม และให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เป็นอิสระ

นายสหศักย์ ศรีสรรพางศ์

ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จํากัด (มหาชน)

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ขอนําเสนอรายงานของคณะกรรมการฯ ประจําปี พ.ศ. 2564 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ดังนี้

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนของบริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จํากัด (มหาชน) ได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการบริษัท ตามแนวทางการกํากับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม กฎบัตรของบริษัท ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจถึง คุณสมบัติ หน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมถึงมีความรู้ด้านบรรษัทภิบาล และสามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การดําเนินงานของคณะกรรมการสรรหาฯ สําเร็จตามวัตถุประสงค์ โดยในปี 2564 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีจํานวน 3 ท่าน ดังนี้

  1. นายสหศักย์ ศรีสรรพางศ์ ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน (กรรมการอิสระ)
  2. ผศ. ดร.กัญญารัตน์ สานโอฬาร กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน (กรรมการอิสระ)
  3. นายนพกฤษฏิ์  นิธิเลิศวิจิตร กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้ปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบในการพิจารณาหลักเกณฑ์ แนวทาง และ กระบวนการสรรหา รวมถึงพิจารณากําหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมสําหรับกรรมการบริษัทฯ และกรรมการชุดย่อยคณะต่างๆ เพื่อนําเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะนําเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ เป็นประจําทุกปี รวมถึงพิจารณาค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เพื่อนําเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติ

ทั้งนี้สําหรับปี 2564 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีการประชุม 2 ครั้ง เพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ และรายงานผลการประชุมพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณา โดยสรุปสาระสําคัญที่พิจารณา ได้ดังนี้

  1. พิจารณาทบทวนและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดํารงตําแหน่งกรรมการบริษัทแทนตําแหน่งกรรมการบริษัทที่ต้องออกตามวาระ โดยพิจารณา  สรรหา คัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความรู้ความสามารถ ที่เอื้อประโยชน์และเหมาะสมกับลักษณะ ธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อนําเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะงดออกเสียง
  2. พิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดต่างๆ โดยพิจารณากลั่นกรองอย่างละเอียดถึง ความเหมาะสมประการต่างๆ และเปรียบเทียบอ้างอิงจากอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน และสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงความเหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบของจํานวนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อนําเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระสําหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจําปี 2564 และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการตาม หลักเกณฑ์ที่เปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2564
  4. พิจารณาค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหาร พิจารณาตามความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย และผลการดําเนินงานของบริษัทโดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายของบริษัทฯ รวมทั้งสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ โดยเปรียบเทียบกับอัตราค่าตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมที่มี ลักษณะใกล้เคียงกัน
  5. จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนแบบรายคณะและรายบุคคล ประจำปี 2564 ซึ่งผลการประเมินโดยรวมอยู่ระดับ “ดีมาก” และรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อนำมาพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปิดเผยผลการประเมินในแบบ 56-1 One Report / รายงานประจำปี
  6. ติดตามและดูแลให้บริษัทฯ มีแผนการสืบทอดตำแหน่งและความต่อเนื่องในการบริหารที่เหมาะสม สำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงและตำแหน่งที่สำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายธุรกิจ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โปร่งใส เที่ยงธรรม และให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เป็นอิสระ โดยในการแสดงความเห็นและลงมตินั้นกรรมการฯ ท่านที่มี ส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณานั้นไม่อยู่ในที่ประชุมและไม่มีสิทธิแสดงความเห็นและออกเสียงลงคะแนนใน เรื่องนั้น ตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นนักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสําคัญ